a day at dtac Humanof:Dtac

เปลือยใจทัพหน้า กับวันที่ต้องเลือกว่า “do or die”

เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญคือ “การกำกับดูแล” (Regulatory) ซึ่งมีความเข้มข้นและกดดันกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ถึงขั้นมีองค์กรกำกับดูแลโดยเฉพาะ สำหรับประเทศไทยเอง อุตสาหกรรมมูลนับล้านล้านบาทนี้ มีวิวัฒนาการอย่างเป็นลำดับนับแต่กรมไปรษณีย์โทรเลข จนถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในปัจจุบัน

นับเป็นเวลากว่า 130 ปีของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่มีทั้งสุข ทุกข์ ดราม่า ซึ่งผู้ที่จะเล่าถึง “การเปลี่ยนผ่าน” พัฒนาการจากยุคโทรศัพท์บ้าน สู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2G สู่ 4G และกำลังก้าวสู่ 5G ได้ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น “พี่ติ่ง – นฤพนธ์ รัตนสมาหาร” ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานรัฐกิจสัมพันธ์แห่งดีแทค ผู้ที่เรียกได้ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวในอุตสาหกรรมอย่างโชกโชนมากว่า 20 ปี

มหากาพย์โทรคมบนความไม่แน่นอน

นับตั้งแต่จัดตั้งกรมไปรษณีย์โทรเลขในรัชกาลที่ 5 จนมาถึงยุคคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และปัจจุบันสู่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยหน่วยงานข้างต้นล้วนมีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการ “คลื่นความถี่” อันเป็นทรัพยากรของชาติและต้องใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ

การเปลี่ยนแปลงขององค์กรกำกับดูแลดังกล่าวในแต่ละครั้ง ล้วนสร้างแรงกระเพื่อมอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรม รวมไปถึงการออกกฎระเบียบและนโยบายต่างๆ ที่ต้องตามให้ทันกระแสเทคโนโลยีซึ่งเกิดจากการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ ทำให้โทรคมนาคมเป็นอุตสาหกรรมที่มี “ความไม่แน่นอนสูง”
ซึ่งยังไม่รวมถึงเรื่องการแทรกแซงจากภาคการเมือง

“งานของเราเหมือนหน้าด่าน เป็นทัพหน้าที่ต้องเผชิญกับหน่วยงานภายนอก ต้องมีการเจรจา ตกลง พูดคุย ถกเถียง โดยเฉพาะเรื่องของกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งในแง่การกำกับดูแลและการดำเนินธุรกิจด้วยเช่นกัน” พี่ติ่ง กล่าวถึงการทำงานของรัฐกิจสัมพันธ์

PBADBAD11-11

“ในส่วนของเนื้องานสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ งานด้านกลยุทธ์ จะทำอย่างไรให้กฎเกณฑ์ออกมาเหมาะสม สามารถทำธุรกิจและแข่งขันอย่างเสรีได้ ตลอดจนสร้างสมดุลระหว่างมิติคุ้มครองผู้โภค มิติการกำกับดูแล ซึ่งเราจะเน้นด้านการให้ข้อมูลเพื่อชี้นำหรือโน้มน้าวการตัดสินใจ ขณะที่ส่วนที่สองคือ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กำกับดูแล ส่วนนี้ยากเพราะเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์
ขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ธุรกิจแข่งขันได้”

Advocacy อีกหนึ่งงานหินของ Regulatory

ความท้าทายและสิ่งที่ยากนอกเหนือจากเรื่องของกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลแล้ว คือ “การสร้างความเข้าใจ” จะโน้มน้าวอย่างไรให้ทั้งองคาพยพของอุตสาหกรรมและสังคม ตลอดจนพนักงานในบริษัทเองเข้าใจและปฏิบัติตาม

นอกจากนี้ สิ่งที่ท้าทายที่สุดในเชิงการกำกับดูแลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คือการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ปรับให้ทันยุคทันสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การกำกับดูแลคลื่นความถี่ยังแบ่งเป็นฝั่งกระจายเสียงและโทรคมคมนาคม ขณะที่โลกปัจจุบันก้าวสู่เทคโนโลยีหลอมรวม (covergence) และกำลังก้าวสู่ยุค 5G และ IoTs นั่นทำให้กฎหมายตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไม่ทัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่ว่านี้ จำต้องใช้ฉันทามติ (Consensus) จากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กสทช เอ็นจีโอหรือสมาคมต่างๆ
ซึ่งนี่เป็นอีกหน้าที่ของรัฐกิจสัมพันธ์ในการค้นหาข้อมูล เหตุผล ตัวอย่างหลักปฏิบัติสากล เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญต่อประเด็นปัญหาต่างๆ ที่จำเป็นต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์กำกับดูแลให้ทันการเปลี่ยนแปลง

อย่างกรณี Spectrum Roadmap ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ดีแทคเรียกร้องมาโดยตลอด
เพื่อให้ผู้ให้บริการมองเห็นอนาคตของการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อที่จะสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและในที่สุดก็จะสามารถนำคลื่นความถี่ในย่านที่เหมาะสมมาใช้เพื่อให้บริการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สังคม และประเทศได้สูงสุด

คลื่นความถี่กับสิ่งที่เรียกว่า do or die

“เรื่อง Do or Die ของทีมเราในตอนนี้เป็นเรื่องของกลยุทธ์ใหญ่ๆ เรื่องสำคัญของเราในปีนี้คือ หนึ่ง ‘การประมูล’ สิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอดคือ กสทช.ต้องมีแผน มี Spectrum Roadmap ที่ชัดเจน มีแผนการประมูลล่วงหน้าก่อนสัมปทานของดีแทค กับ กสท. กำลังจะหมดอายุในปีนี้ เราเคยเสนอให้มีการประมูล 1-2 ปีล่วงหน้า ซึ่งต่างประเทศเขาก็ทำกัน

สองคือ การสิ้นสุดสัมปทาน ซึ่งมีเรื่องที่ต้องทำมากมาย ประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องของการเยียวยาผู้ใช้บริการที่ยังเหลืออยู่ในโครงข่ายของดีแทค อีกประเด็นหนึ่งคือเราต้องเจรจากับ กสท. เพื่อเช่าใช้โครงข่ายสัมปทานเดิมสำหรับการให้บริการกับลูกค้าดีแทคในช่วงที่อยู่ในมาตรการเยียวตามกฏของ กสทช. และที่สำคัญเพื่อให้บริการสำหรับลูกค้าของดีแทคไตรเน็ตต่อไปด้วย เรื่องใหญ่ๆ เหล่านี้เป็น Do or Die ของบริษัท เพราะถ้าเราไม่มีคลื่น ก็เหมือนกับว่าตอนนี้เรามีรถอยู่ 20 กว่าล้านคัน วิ่งอยู่บนถนนประมาณ 10 เลน ซึ่งจะเหลือ 3 เลนในเดือนกันยายน ถ้าเราไม่สามารถได้คลื่นมาใช้อย่างเพียงพอได้

ซึ่งขณะนี้ เรากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการขออนุญาตในดีล 2300 ซึ่งจะทำให้เราสามารถเปลี่ยนเกมการแข่งขันและคุณภาพการให้บริการได้

เมื่อเปลี่ยนผ่านในอัตราเร่ง

PBADBAD11-14

จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคจะใช้เวลาน้อยลง จากยุคโทรศัพท์บ้านสู่ยุคโทรศัพท์มือถือใช้เวลานับ 10 ปี แต่จากยุคมือถือสู่สมาร์ทโฟนกลับใช้เวลาเพียง 3-4 ปีเท่านั้น เช่นเดียวกับยุค 2G สู่ 3G และ 4G นั้นก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสู่ 5G และ IoTs ที่จะรวดเร็วขึ้น ส่งผลต่อบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบที่เราเคยกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ไว้ ต่อไปหัวใจหลักของผู้ชนะ อาจจะขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของ platform ที่สร้างรายได้ที่ตอนนี้อาจยังไม่รู่ว่าคืออะไรเพราะยุค 5G คงเปลี่ยนแปลงอะไรไปอีกมาก บริการต่างๆ อาจจะไม่แบ่งเป็น Broadcasting และ Telecom อีกต่อไปก็เป็นได้

ซึ่งนี่ถือเป็นโจทย์ของ กสทช. คณะใหม่ที่จะทำอย่างไรให้กฎหมายมีความเท่าทันกับเทคโนโลยี สอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งเรื่องแรกที่ควรเข้ามาปลดล็อกคือเรื่องของการบริหารจัดการให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่ใช้อย่างเพียงพอ ตัวอย่างเช่น ความเร็วของ 4G ที่น่าจะเพียงพอต่อการใช้สื่อสารระหว่างมนุษย์แล้ว แต่ปัญหาสำหรับไทยที่ 4G ยังช้าก็เพราะมีคลื่นความถี่ใช้งานน้อยกว่ามาตรฐานโลกมาก คือ จำนวนคลื่นความถี่ IMT ที่ กสทช. จัดสรรไว้นั้นมีเพียง 420 เมกะเฮิรตซ์และใช้จริงเพียง 320 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสาส่งสัญญาณมาก (6-7 หมื่นต้น) อันดับต้นๆ ของโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ซึ่งจริงๆ แล้วสหภาพโทรคมนาคม (ITU) เสนอแนะว่าประเทศกำลังพัฒนาควรมีจำนวนคลื่นความถี่ใช้กว่า 1000 เมกะเฮิรตซ์ และที่จะเป็นปัญหาต่อไปคือ การให้บริการด้วยเทคโนโลยี 5G กำลังเป็นรูปเป็นร่างในขณะที่ กสทช. ยังไม่มี roadmap ในการเตรียมคลื่นความถี่ไว้สำหรับให้บริการซึ่งจะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาส และไม่เพียงเท่านั้น  ยังมีอีกหลายเรื่องรวมไปถึง “มรดก” ทางด้านการกำกับดูแลต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบันที่เป็นยุคดิจิทัลแล้ว

ENGLISH VERSION

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s