a day at dtac hea:Dline

เพลิน (PLearn) ไปกับเวอร์ชันใหม่ ที่เป็นมากกว่าแอป

มารู้จักผู้อยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชัน PLearn (เพลิน) ที่จะเชื่อมต่อพนักงานดีแทค ทุกคนให้ใกล้ชิดกับความเป็นดิจิทัลมากขึ้น

ซึ่งเราพกคำถามและความอยากรู้มากมายมานั่งคุยกับ พิชัย วงศ์สง่าศรี Head of Knowledge Management Unit หรือในทีมของเขาเรียกชื่อกันย่อๆ ของหน่วยกันว่า KM ว่าระหว่างทางและการออกแบบแต่ละขั้นตอน มีความท้าทายอย่างไรบ้าง รวมทั้งสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘ประสบการณ์แบบดิจิทัล’ หรือ DEE (Digital Employee Experience) มีความสำคัญต่อพนักงานทุกคนในดีแทคอย่างไร

_MG_0845นักสร้างประสบการณ์ “หน้าที่ของแผนก Knowledge Management Unit (KM) คือนักสร้างประสบการณ์ เป็นการพยายามเอาประสบการณ์ความเป็นดิจิทัลเข้ามาให้พนักงานได้สัมผัสมากขึ้น สิ่งที่เราใส่ใจมากที่สุดตอนนี้ คือ DEE (Digital Employee Experience) หรือก็การทำอย่างไรให้การทำงาน หรือการใช้ชีวิตในทุกๆ วันของพนักงานทุกคน มีความเป็นดิจิทัลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้น สิ่งที่เราทำอย่างชัดเจนที่สุดเลย คือการสร้างเครื่องมือขึ้นมา เช่น แอปพลิเคชันอย่าง PLearn ก็เพื่อประสบการณ์ด้านดิจิทัลที่พนักงานจะสัมผัสได้มากที่สุด”

เพลินไปกับความเป็นดิจิทัล

“ปีนี้เรามีการอัพเกรดแอพฯ PLearn ขึ้นมาใหม่ เรียกว่าเป็นการยกเครื่องทั้งหมดเลย เพราะจริงๆ แอพฯ ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน เริ่มพัฒนาและเปิดให้ใช้ตั้งแต่เมื่อปี 2014 ก็ 3 ปีแล้วที่เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงหน้าตาและความรู้สึกในการใช้ใหม่ แต่ปีนี้เรากำลังจะปล่อยเป็นโมเดลแอปพลิเคชันใหม่ มีหน้าตาใหม่ทั้งหมด คอนเทนต์ข้างในก็เปลี่ยน เพิ่มเมนูใหม่ๆ เข้ามา สิ่งเหล่านี้เราคิดว่าจะทำให้พนักงานเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และเป็นช่องทางหนึ่งให้พนักงานเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องและสำคัญกับพนักงาน ย้ายมาอยู่บนแอปฯ PLearn หมดแล้ว

เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ความเป็นดิจิทัล

  • Onboarding – เมนูสำหรับพนักงานใหม่หรือการทำงานวันแรก จะมีข้อมูลสำคัญๆ ที่จำเป็นเพื่อช่วยในการปรับตัวในการทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น
  • Learn – แหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ต่างๆ มากมาย เช่น Free E-Book ที่คัดเลือกมาให้จากหลายสํานักพิมพ์ เอกสารการเรียนวิชาต่างๆ จาก dtac Academy และคลาสเรียนพิเศษสำหรับพนักงานดีแทค เช่นหลักสูตร Customer Service สำหรับพนักงานขาย หลังจบจะได้ใบ certificate ในการยืนยันอีกด้วย เพื่อให้พนักงานเข้ามาเรียนรู้ได้ตลอดทุกที่ทุกเวลาแบบ Self-Learning
  • Coins –เมนูสะสมคะแนน สำหรับการให้รางวัลต่างๆ แก่พนักงาน เช่น ใช้เป็นรางวัลในการจัดกิจกรรมภายในในรูปแบบเกม สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานมากขึ้น และจำนวน Coins ที่ได้สามารถนำไปแลกเป็นรางวัลสุดพิเศษที่ดีแทคตั้งใจมอบให้ (ดูรายละเอียดและวิธีการรับได้ในแอพพลิเคชัน dtac PLearn ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android)

“เดิมทีเรามีฟีเจอร์อยู่ระดับหนึ่ง แต่เราก็ทำการเซอร์เวย์ว่ามีอะไรที่พนักงานอยากได้เพิ่มเติม อะไรที่ดีอยู่แล้วเราก็เก็บไว้ ส่วนอะไรที่เหมาะสมกับยุคใหม่เราก็เอามาใส่ เช่น เทรนด์ใหม่ๆ อย่าง AR ที่พนักงานใหม่สามารถนำไปส่องรูปภาพคุณลาร์ส นอร์ลิ่ง ซีอีโอของเรา และจะมีวิดีโอกล่าวต้อนรับพนักงานใหม่เด้งขึ้นมา และอาจจะมี VR ในอนาคต หรือฟีเจอร์ Coins คือเราทำให้เป็นเกมมากขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานมากขึ้น ซึ่ง Coins เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Flip IT เป็น 1 ใน 8 ที่เราจะเปลี่ยนดีแทคให้พร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นดิจิทัลแบรนด์อย่างเต็มตัว”

นิยามความรู้ที่เปลี่ยนไป

“นิยามความรู้ของยุคก่อนกับยุคนี้มันต่างและเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมแวดล้อม ยุคก่อนเราจะมีการเรียนเป็นห้องเรียนมากกว่านี้ มีการเชิญพนักงานมาเรียนในห้อง เรียนเสร็จก็ได้เอกสารชุดหนึ่งกลับไป แต่ปัจจุบันเราส่งเสริมการเรียนรู้ให้เป็นแบบ Self-Learning มากขึ้น ให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนรู้ผ่านมือถือได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือว่าในเครื่องมืออะไรก็ตาม

“และที่สำคัญคือความรู้เกี่ยวกับด้านดิจิทัล เพราะว่าเรากำลังจะไปเป็นแบรนด์ดิจิทัลอันดับหนึ่ง เราก็จะส่งเสริมทุกอย่างที่เกี่ยวกับความเป็นดิจิทัลมากขึ้น เริ่มตั้งแต่งานเซลล์เลย แทนที่สมัยก่อนเราจะเชิญเซลล์ทั้งประเทศมาอบรมที่นี่ กลายเป็นว่าเราผลิตคอนเทนต์ที่เขาสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับแพ็กเกจใหม่ๆ ของเรา หรือความรู้ด้านการบริการลูกค้าจากการที่เราถ่ายทำวิดีโอเอาไว้ให้เขาสามารถเข้ามาดู สิ่งที่ได้คือความรวดเร็ว เพราะว่าในธุรกิจเทเลคอมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ให้เร็วขึ้นตามรูปแบบธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง”

การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ Self-Learning

“การมีแค่เครื่องมือเรียนรู้อาจไม่พอ แต่สิ่งต้องมีคือแพสชั่นจากคนที่เรียนเองด้วย ทีม Knowledge Management Unit ทำได้แค่จัดหาเครื่องมือการเรียนรู้ และคอนเทนต์มาให้เขา แต่อย่างอื่นต้องเริ่มจากพวกเราทุกคนกระตุ้นตัวเองให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง จุดนั้นต่างหากที่สำคัญมากกว่า เป้าหมายของเราเลยคือสร้างเครื่องมือและคอนเทนต์ให้พร้อมไว้ก่อน และที่เหลือค่อยกระบวนการค่อยๆ กระตุ้นให้พนักงานเข้ามาใช้ และสัมผัสประสบการณ์แบบดิจิทัลมากขึ้น”

_MG_0936.jpg

ต้องเริ่มเปลี่ยนจาก DNA

“เป็นเป้าหมายหลักของบริษัทเลย ที่เราจะเป็นดิจิตอลแบรนด์อันดับหนึ่ง ซึ่งต้องเริ่มจากภายในก่อน อย่างที่บอก หนึ่งในมิชชันของทีมเราคือการส่งเสริมความเป็นดิจิตอลให้มากขึ้น แอพฯ PLearn เป็นส่วนหนึ่งในความตั้งใจนั้น และในอนาคตก็จะมีส่วนอื่นๆ เพิ่มขึ้นมา เช่น เราใช้มือถือในการเปิดประตูเพื่อเข้ามาทำงานได้แทนคีย์การ์ดแบบเดิม หรือใช้มือถือในการตอกบัตรเข้า-ออกงาน สั่งงานพรินต์เตอร์ออนไลน์ ไปจนถึงรีเควสต่างๆ เกี่ยวกับการเช็กอินห้องประชุม ทั้งหมดนี้มันมาจาก To be daring, To act fast, To think different, Passion to win นี่คือดีเอ็นเออันใหม่ของพวกเรา”

 

ENGLISH VERSION

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s